dechasitlogo4

lawform
ล็อคอินเข้าระบบ



ผู้เข้าชมเว็บไซต์(เริ่ม 2ก.พ.54)
ราคาน้ำมันวันนี้

longnam2

ยินดีต้อนรับสู่เดชาสิทดอทคอม

การจัดการถุงพลาสติกโดยการใช้ซ้ำ

ครอบครัวผมทำกับข้าวกินเองไม่ได้ซื้อกับข้าวสำเร็จรูป ส่วนใหญ่ซื้อที่ตลาดนัดซึ่งมีอยู่ระหว่างทางที่จะเดินทางกลับบ้านหลังจากที่เลิกงานแล้ว สิ่งของที่จะซื้อจากตลาดนัดก็มีทั้งอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น หมู่ ไก่ ปลา กุ้ง ประเภทผัก เช่น คะน้า มะเขือ แตงกวา ผักชี และผักอื่นๆ ในการซื้อแต่ละอย่างแม่ค้าจะใส่ถุงพลาสติกแบบหิ้วได้ ย่านบ้านผมเรียกกันว่าถุงกรอบแกรบ ถ้าเป็นเนื้อสัตว์ก็จะใส่ให้สองชั้น ถ้าเป็นผักผลไม้ก็ใส่ให้ชั้นเดียว ดังนั้นเมื่อซื้อของมาทำกับข้าวครั้งหนึ่งจะได้ถุงเข้าบ้านมาประมาณยี่สิบถุง หนึ่งอาทิตย์จะซื้อของมาทำกับข้าวประมาณสามครั้งจะได้ถุงมาประมาณหกสิบถุง ดังนั้นในบ้านจึงเต็มไปด้วยถึงพลาสติก เคยมีการพูดคุยกันในครอบครัวเกี่ยวกับการกำจัดถุงพลาสติกได้ข้อยุติว่าให้เก็บรวบรวมไว้แต่จะเอาไปทำอะไรต่อไปนั้นยังไม่รู้ จึงมีการเก็บรวบรวมถุงที่สะอาดเก็บใส่ถุงดำไว้ซื้อเมื่อเก็บไว้มากๆก็เกะกะเต็มบ้านอีกเช่นกัน บางครั้งจึงต้องเผาบ้าง แต่ก็รู้สึกว่ามันไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม  มีการนำถุงดังกล่าวไปใช้ในการใส่ดินเพาะต้นไม้บ้าง หรือนำไปห่อผลมะม่วงหรือชมพู่เพื่อกันแมลงทำลายแต่ถุงก็ยังไม่หมด เพราะที่บ้านปลูกมะม่วงและชมพู่ไว้รับประทานเท่านั้นไม่ได้ปลูกเพื่อขาย เป็นอันว่าถุงพลาสติกที่บ้านไม่รู้จะกำจัดอย่างไร  นับว่าเป็นบุญที่ได้ฟังธรรมบรรยายจากชมรมกัลยาณธรรมเมื่อประมาณเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ มีการประชาสัมพันธ์รับบริจาคถุงพลาสติกใช้แล้วเพื่อใส่สิ่งของซึ่งแจกเป็นธรรมทาน เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการจัดการถุงพลาสติกที่ดีทีเดียว แต่ครอบครัวผมก็อยู่ไกลจากที่ที่รับบริจาค ต่อมาผมได้คุยกับน้องที่ทำงานซึ่งบ้านเป็นร้านขายของชำเกี่ยวกับเรื่องการรับบริจาคถุงพลาสติกใช้แล้ว น้องบอกว่าที่ร้านซื้อถุงใช้แล้วแต่ต้องเป็นถุงที่สะอาดเพื่อนำไปใช้ซ้ำและได้ทำมานานแล้ว ผมรู้สึกดีใจมากที่มีความคิดดีๆเช่นนี้เกิดขึ้น นับตั้งแต่นั้นมาผมได้เก็บถุงพลาสติกที่ได้จากการซื้อที่ตลาดนัดแบบที่สะอาดสามารถใช้ซ้ำได้ไปให้น้องที่ทำงานเพื่อนำไปใช้ซ้ำนอกจากเป็นการลดขยะในบ้านแล้วยังเกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย หากใครต้องการลดขยะถุงพลาสติกในบ้านลองเสนอแนวคิดนี้ให้กับร้านชำแถวใกล้บ้านก็จะเป็นการจัดการขยะพลาสติกที่ดีอีกวิธีหนึ่ง

 

จักรยานที่ใช้ในโครงการชั่งหัวมันชำรุดซ่อมไม่ทัน

ผู้เขียนพร้อมแม่บ้านและลูกสาววัยเก้าขวบเดินทางไปโครงการชั่งหัวมัน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เกือบทุกสัปดาห์เหตุที่ต้องไปบ่อยเพราะเป็นความต้องการของลูกสาวอีกทั้งผู้เขียนและแม่บ้านก็มีความศรัทธาในเศรษฐกิจพอเพียงและมีความชอบธรรมชาติเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงลงตัวและตกลงกันว่าเราสามคนจะไปพักผ่อนที่โครงการชั่งหัวมันกันทุกวันเสาร์กิจกรรมที่เราชอบและทำกันทุกครั้งที่ไปก็คือขี่จักรยานรอบโครงการ จากการได้ขี่จักรยานในโครงการทั้งแบบขี่หนึ่งคน สองคนและสามคน จากการไปโครงการชั่งหัวมันครั้งล่าสุดคือเมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๕ พบว่าจักรยานส่วนมากชำรุด ทำให้การขับขี่ลำบากและอาจเกิดอันตราย ผู้เขียนได้พูดคุยกับคุณศรรามซึ่งรู้จักกันและทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์และบรรยายแก่คณะผู้มาเยี่ยมชมโครงการได้ทราบว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ซ่อมรถจักรยานที่ใช้ในโครงการเพียงคนเดียวจึงไม่สามารถซ่อมแซมได้ทัน จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่สามารถซ่อมจักรยานได้ หากมีเวลาพอที่จะช่วยเหลือในการซ่อมจักรยานได้ควรประสานงานกับทางโครงการเพื่อระดมช่างไปช่วยซ่อมจักรยานในโครงการให้สามารถใช้การได้ตามปกติ  เพราะจักรยานเป็นยานพาหนะสำคัญที่จะพาผู้เยี่ยมชมโครงการไปสัมผัสกับสิ่งที่พระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้พวกเราได้เรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและยังได้ความเพลิดเพลินและมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ เว็บไซต์เดชาสิทขอเป็นกระบอกเสียงแจ้งปัญหาเกี่ยวกับจักรยานในโครงการชั่งหัวมันให้ทราบเพื่อจะได้ช่วยกันซ่อมแซมแก้ไขเพื่อสนับสนุนให้การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในโครงการเป็นไปโดยสะดวกขึ้น

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 08 มกราคม 2012 เวลา 10:54 น.)

 

ความเห็นผิดเกิดได้อย่างไร

        ในปัจจุบันผู้ที่ยึดถือธรรมมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตนับว่ามีน้อยมาก สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะสังคมโลกถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสทุนนิยมประชาธิปไตยหรือเรียกกันทุนนิยมเสรี กลไกของการขับเคลื่อนก็คือปลุกให้จิตคนปรุงแต่งไปตามความอยาก มักเรียกความอยากนั้นว่า ความต้องการ (demand) เมื่อมีความต้องการเกิดขึ้นผู้ที่เป็นเจ้าของทุนก็จะผลิตสินค้าเพื่อสนองความต้องการนั้น (supply) ปัจจุบันผู้ที่เป็นเจ้าของทุนมีการแข่งขันกันสูงและพยายามหาเทคนิควิธีการต่างๆในการที่จะครองความเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ตนเองทำอยู่ให้ได้ หรือหากเห็นว่าธุรกิจของตนเองจะสู้คู่แข่งไม่ได้ก็จะเปลี่ยนไปประกอบธุรกิจอื่น ซึ่งธุรกิจส่วนมากใช้การโฆษณาปลุกให้จิตของผู้บริโภคเกิดความอยากซื้อสินค้าและบริการของตนเอง  การดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบันจึงอยู่ท่ามกลางสิ่งยั่วยุให้เกิดความอยาก ผู้ที่อยู่ท่ามกลางสิ่งยั่วยุให้เกิดความอยากดังกล่าวแล้วไม่ไหลลู่ไปกับความอยากแต่กลับยึดแนวทางตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาจึงเป็นบุคคลที่ควรชื่นชมและให้กำลังใจ สาเหตุที่ต้องชื่นชมและให้กำลังใจเพราะการชื่นชมและให้กำลังใจมันทำให้จิตของผู้นั้นมีกำลังใจที่จะยึดแนวทางธรรมต่อไป หากไม่ชื่นชมและให้กำลังใจผู้นั้นก็อาจจะพ่ายแพ้ต่อสิ่งยั่วยุและนำจิตตนเองไปสู่หนทางที่มีแต่ความทุกข์มากขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง แม้ความรู้ความสามารถในทางธรรมอาจไม่ถึงขึ้นเป็นกัลยาณมิตรที่ชี้ทางให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งได้แต่ยินดีที่จะเป็นกำลังใจให้จิตที่ฝักใฝ่ในธรรมมีความเจริญในธรรมเพิ่มมากขึ้นหรืออย่างน้อยก็ไม่ลดน้อยไปกว่าเดิม

          ด้วยความที่จิตของคนมักวิ่งเข้าหากิเลสโดยเฉพาะความชอบและความไม่ชอบซึ่งก็คือโลภและโทสะนั่นเอง หากชอบสิ่งใดก็พยายามแสวงหามาให้ได้มากที่สุด หากไม่ชอบก็พยายามหลีกหนีหรือกำจัดออกไปให้มากที่สุด จึงกลายเป็นความอยากเกิดขึ้นเมื่ออยากมากขึ้นเรื่อยๆก็กลายเป็นความยึดมั่นถือมั่นไปโดยไม่รู้ตัว ความอยากเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเราต้องตั้งชื่อสิ่งต่างๆเพื่อตอบสนองความอยากได้มากขึ้น โดยการกำหนดชื่อสิ่งที่กินได้ต่างๆ เช่น กล้วย อ้อย ข้าว  ปลา ผัก ฟัก แฟง ปลา ไก่ หมู ฯลฯ และกำหนดสิ่งอื่นๆอีกมากมาย เช่น คน หมา ดิน น้ำ ลม ไฟ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ภูเขา แม่น้ำ ทะเล ป่าไม้ โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ ถ้าไม่มีคนชื่อสิ่งต่างๆก็คงจะไม่มี สิ่งที่คนเรากำหนดชื่อเรียกนั้นในทางธรรมเรียกว่าบัญญัติธรรม คำบัญญัติเหล่านี้ถือเอาความแตกต่างตามความคิดของคนมาตั้งชื่อ แต่โดยความเป็นจริงแล้วสิ่งที่คนกำหนดชื่อให้แตกต่างกันนั้นมันมีสภาวะที่เหมือนกันอยู่ เช่น กล้วยกับภูเขามีความแข็งเหมือนแต่เรียกชื่อต่างกัน คนกับหมามีความอุ่นในตัวเหมือนกันมีน้ำเลือดมีเอ็นกระดูกเหมือนกันแต่เรียกต่างกัน คนเราตั้งชื่อสิ่งต่างๆและเรียกชื่อสืบทอดต่อเนื่องมายาวนานจนมองไม่เห็นสภาวะความจริงแท้ตามธรรมชาติที่เรียกว่า ปรมัตถธรรม การปฏิบัติธรรมคือการทำให้จิตเห็นถูกตรงตามธรรมชาติ ดังนั้นจึงควรเข้าใจคำว่า บัญญัติธรรมและปรมัตถธรรมก่อนการปฏิบัติ (สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัญญัติธรรมและปรมัตถธรรมได้ที่ http://www.dechasit.com/attachments/article/105/section1.pdf 

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 08 มกราคม 2012 เวลา 02:59 น.)

 
บทความ อื่นๆ ...
ผู้ออนไลน์ขณะนี้
เรามี 37 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
May 2012
SMTWTFS
12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031
sde
ความสำคัญของแหล่งน้ำ

ปัจจุบันนี้ประชาชนส่วนใหญ่มักใช้น้ำดื่มบรรจุถังหรือบรรจุขวดกันเป็นส่วนใหญ่ด้วยความเชื่อว่าน้ำดื่มดังกล่าวมีความสะอาดกว่าน้ำที่อยู่ตามแหล่งน้ำโดยทั่วไป เพราะสภาพน้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ มักมีขยะปะปนอยู่และมักจะเป็นแหล่งรองรับน้ำจากไร่นาซึ่งปัจจุบันนี้ใช้สารเคมีกันมากทำให้แหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมี จะเห็นได้จากปลาซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำมีอาการพิการ ลำตัวคดหรือบิดเบี้ยวมากขึ้น เป็นสัญญาณเตือนได้เป็นอย่างดีว่าหากใครดื่มกินน้ำในแหล่งน้ำนั้นเข้าไปก็คงจะมีอายุไม่ยืนยาวหรือต้องมีความพิการคล้ายๆปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำนั้นก็เลยเกิดความกลัวและรังเกียจแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ไม่สนใจที่จะรักษาดูแลให้สะอาดและใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ ทั้งนี้เพราะแม้ว่าจะไม่ดูแลแหล่งน้ำตามธรรมชาติก็สามารถซื้อหาน้ำได้จากร้านค้าทั่วไป  หากในอนาคตอาจเกิดสาธารณะภัยทำให้ไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นเวลานาน อาจทำให้น้ำดื่มบรรจุขวด เครื่องกรองน้ำ และอุปกรณ์ไฟฟ้าใช้การไม่ได้  สรุปได้ว่าเราอาจไม่มีน้ำดื่มบรรจุขวดสำหรับดื่มในช่วงนั้น  ถ้าหากแหล่งน้ำมีการดูแลรักษาดีน้ำในแหล่งน้ำก็คงใช้ดื่มแต่ในสภาวะปัจจุบันนี้หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เราก็คงต้องรับกรรมดื่มน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่เป็นผลจากการกระทำของพวกเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังน้ัน จึงควรช่วยกันดูแลรักษาแหล่งน้ำตั้งแต่วันนี้

| Exchange Hosted